Skip to content

Posts from the ‘ทักษิณ ชินวัตร’ Category

8
ม.ค.

ประชาไท: สื่อแคนาดาสัมภาษณ์ทักษิณ

เมื่อวันที่ 7 ม.ค. เว็บไซต์หนังสือพิมพ์โตรอนโตสตาร์ สื่อแคนาดา รายงานบทสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย พร้อมด้วยนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความชาวแคนาดา โดยระบุว่าเป็นการให้สัมภาษณ์พิเศษขณะที่ทักษิณยังคงอยู่ในระหว่างการลี้ภัย ในประเทศแถบตะวันออกกลาง แต่มิได้ระบุแน่ชัดว่าเป็นประเทศใด

“เทรซีย์ ไทเลอร์” ผู้สื่อข่าวของโตรอนโตสตาร์ ระบุว่าทักษิณได้ให้สัมภาษณ์ถึงชีวิตในช่วงที่ผ่านมาว่ามีความผ่อนคลาย และมีผู้คนมากมายมาขอเข้าพบ แต่ทักษิณได้เว้นระยะห่างทางการเมือง โดยระบุว่าตนมิได้ให้คำแนะนำใดๆ โดยตรงในกรณีที่มีรายงานข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งได้เดินทางไปขอเข้าพบ เพื่อหารือเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค

นอกจากนี้ ทักษิณยังย้ำด้วยว่าตนไม่รู้จักกับแกนนำ นปช. และไม่เคยให้คำแนะนำด้านการเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่ม นปช. แต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าปัญหาการเมืองทำให้ชีวิตของคนไทยที่สนับสนุนตนต้องเปลี่ยนแปลงไป และความสุขของคนไทยถูกพรากไป พร้อมทั้งระบุว่าคนเสื้อแดงอยากให้ตนกลับประเทศไทย แต่คำตัดสินลงโทษจำคุกตนในประเทศไทยเป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลทหารเป็นผู้วางแผนกีดกันมิให้ตนกลับประเทศ

ขณะเดียวกัน ทักษิณได้กล่าวพาดพิงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย โดยระบุว่าการปรองดองหมายถึงการเจรจาและหาทางแก้ไขปัญหา เพื่อนำระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมาสู่สังคมไทย พร้อมระบุว่าอภิสิทธิ์ควรจะเจรจากับกลุ่ม นปช. และการกำจัดแกนนำหรือไล่ตามจับกุมกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าคุกไม่ใช่หนทางแห่งการปรองดอง

ส่วนนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่ม นปช.ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศให้ดำเนินการพิจารณาไต่สวนรัฐบาลไทย ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ สืบเนื่องจากการใช้กำลังล้อมปราบและสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในเดือน เม.ย.และ พ.ค.2553 ซึ่งอัมสเตอร์ดัมระบุว่าทักษิณมิได้ลงชื่อยื่นฟ้องด้วย แต่ให้ความสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทางกฎหมาย

27
ต.ค.

อดีตผู้นำยอดแย่?

โดย โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ใน Foreign Policy

เมื่อไม่นานมานี้ นิตยสาร Foreign Policy ได้นำเสนอเรื่องราวในทางลบเกี่ยวดับอดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ทักษิณ ชินวัตร (อดีตผู้นำยอดแย่: 1 ตุลาคม 2553) ในฐานะที่ปรึกษาทางกฎหมายของอดีตนายกรัฐมนตรี ผมขอให้ผู้อ่านพิจารณาอย่างรอบคอบว่า เหตุใดทักษิณยังคงได้รับความนิยมจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในประเทศไทยอยู่

ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนของอดีตผู้นำเพียงบุคคลเดียวในประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่มีการเปลี่ยนการปกครองในปี 2475 ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนครบวาระ 4ปี (2544-2548) นายกรัฐมนตรีทักษิณและพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง โดยเป็นพรรคเดียวที่ได้รับเสียงส่วนมากในสภา จากคะแนนเสียงของประชาชนที่ทักษิณรับใช้อย่างท่วมท้น พรรคไทยรักไทยครองที่นั่งในสภาถึง 75เปอร์เซ็นต์ และในเดือนกันยายน ปี 2549

รัฐบาลของทักษิณถูกยึดอำนาจโดยการทำรัฐประหารที่ผิดกฎหมาย นำโดยเหล่านายพลและสมาชิกเงาของกลุ่มอำมาตย์ ปัจจุบัน 4 ปีหลังจากการทำรัฐประหาร เรายังต้องพยายามแก้ต่างให้กับทักษิณซึ่งถูกป้ายสีจากสื่อที่ไม่มีความเป็นกลาง ตรายางศาล และมติของรัฐสภาอยู่ทุกวัน สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนเครื่องจักรกลไกแห่งการโฆษณาประชาสัมพันธ์

หลักจากที่ถูกใส่ร้่ายป้ายสีมาเป็นเวลานาน ทักษิณยังคงเป็นที่นิยม ทั้งนี้เพราะความสำเร็จอย่างท่วมท้นของรัฐบาลภายใต้การนำของทักษิณ ในการใช้นโยบายบริหารประเทศทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้ประเทศรอดพ้นจากวิกฤติทางเศรษฐกิจ การนำของทักษิณยังคงทำให้ประชาชนในภาคอีสานรอดพ้นจากยุคมืดศักดินา อันนำไปสู่การได้รับสิทธิพื้นฐานทางพลเรือนมากขึ้น ซึ่งทำให้บรรดากลุ่มอำมาตย์ที่เชื่อว่าคนไทยบางกลุ่มเท่านั้นที่มีสิทธิ์ควรจะได้รับโอกาสมากกว่าคนกลุ่มอื่นในประเทศต่อต้านแนวทางนี้อย่างขมขื่น

นาย Joel Schectman ได้เขียนบทความใน Newsweek เดือนพฤษภาคม ปี 2553 ว่า แม้ทักษิณจะมีข้อตำหนิแต่ “ทักษิณแสดงให้เห็นถึง “จุดสูงสุด” ของระบอบประชาธิปไตยและรัฐบาลที่มีความรับผิดชอบในประเทศไทย และความสำเร็จที่สำคัญในการบริหารงานคือ การพัฒนาชนบทและสวัสดิการรักษาพยาบาล ผู้เขียนยังกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2544 ไปจนถึงปี 2549 ทักษิณได้เปิดโอกาสให้คนส่วนใหญ่เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งทำให้ระบอบประชาธิปไตยในประเทศมีประสิทธิภาพ”

เหมือนกับผู้นำทั่วไป ทักษิณมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยและมีคนวิพากษ์วิจารณ์ แต่ต่างจากฝ่ายตรงข้ามในประเทศทั่วไป ตรงที่ฝ่ายตรงข้ามทักษิณพยายามที่จะหยิบคดีที่ไม่มีมูลมาฟ้องร้องกล่าวหาทักษิณ ข้อกล่าวหาเดียวที่มีคือ ภรรยาของทักษิณเข้าร่วมประมูลที่ดินสาธารณะ แม้ว่าการซื้อขายที่ดินนั้นจะเป็นราคาที่เหมาะสม แต่ทักษิณถูกตัดสินว่ามีความผิดในกรณีของ “ผลประโยชน์ทับซ้อน” เนื่องจากภรรยาของทักษิณไม่ควรที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมประมูลที่ดินในขณะที่สามีดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การตัดสินคดีดังกล่าว ไม่ได้ถูกตัดสินโดยศาลที่มีความเป็นอิสระ แต่ถูกตัดสินโดยกลุ่มคนที่ถูกแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร

การกล่าวหาอย่างผิดๆ ถือเป็นกลยุทธ์ของรัฐบาลชุดนี้ เพราะทักษิณไม่ใช่บุคคลเดียวที่ตกเป็นเป้าหมาย แต่ยังมีคนเสื้อแดงอีกนับร้อยที่ถูกคุมขังด้วยข้อกล่าวหาที่น่าสงสัย นอกจากนี้เวปไซต์อีกกว่า 100,000 เวปไซต์ที่ต่อต้านรัฐบาลยังถูกสั่งปิด ในขณะที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ พระราชบัญญัติความมั่นคงภายใน รวมถึงพระราชกำหนดบริหารราชการแผ่นดินในกรณีฉุกเฉินที่ยืดเยื้อยังได้ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นรัฐโอเวลเลี่ยน (รัฐที่ประชาชนถูกควบคุมอย่างมาก)อีกด้วย  เมื่อไม่นานมานี้ ฝ่ายตรงข้ามทักษิณได้สังหารหมู่ผู้ชุมนุมโดยสงบอีกกว่า 80ราย และประชาชนที่มุงดูเหตุการณ์ รวมถึงนักข่าว โดยการใช้มือปืนซุ่มอยู่บนดาดฟ้ายิงประชาชนอย่างไม่เลือกและเกินกว่าเหตุ ตั้งแต่การทำรัฐประหาร เสรีภาพทางการพูด สิทธิพลเรือน และสิทธิมนุษยชน ในประเทศไทยได้เสื่อมโทรมลงอย่างมาก อาทิเช่น จากการจัดลำดับของการคอร์รัปชั่นในประเทศไทยขององค์กร Transparency International ระหว่างปี 2549 ถึง 2552  ปรากฏว่าประเทศไทยตกลงไปอยู่ในอันดับที่ 59 จาก 84 และเมื่อวานนี้ กลุ่มนักข่าวไร้พรมแดนได้จัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 153 จากการจัดลำดับ “เสรีภาพของสื่อในโลก” โดยก่อนหน้ารัฐประหาร ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 66 แม้จะทราบข้อเท็จจริงที่ว่าประเทศไทยมีรากฐานของอำนาจนิยม แต่สื่อต่างชาติบางสำนักยังคงเชื่อว่า ในสมัยทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีและประเทศไทยมีความเป็นประชาธิปไตยนั้นแย่กว่าในสมัยปัจจุบันมาก

เมื่อพิจารณาถึงวิกฤตการณ์การเมืองไทยและบทบาทของทักษิณแล้ว ผู้อ่านของ Foreign Policy ควรจะต้องจะต้องมองไปไกลกว่าภาพโปสเตอร์แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย และจะต้องคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลไทยยังคงกลัวเสรีภาพแห่งการพูด และคัดค้านการเลือกตั้งที่แท้จริง

8
ก.ย.

เหตุใดยุโรปจึงไม่ขายอาวุธให้ประเทศไทย?

เป็นเรื่องที่ทราบกันดีว่าอาวุธที่กองทัพไทยใช้กำจัดประชาชนของตนในเดือนเมษายนและพฤษภาคม เพื่อขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยนั้น มีแหล่งผลิตในประเทศเสรีประชาธิปไตยในยุโรป
หลายประเทศในยุโรปมีนโยบายที่จะไม่ค้าอาวุธกับรัฐบาลที่มักจะใช้อาวุธที่ผลิตขึ้นในต่างประเทศดังกล่าวกดขี่ฝ่ายตรงข้ามและชนกลุ่มน้อยในประเทศ อย่างไรก็ตาม ในกรณีเดียวกัน นโยบายค้าอาวุธให้กับเหล่าผู้นำเผด็จการของประเทศตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกานั้นมีสองมาตรฐาน เพราะสหรัฐมักจะทำการค้ากับเหล่าผู้นำเผด็จการที่ให้ประโยชน์กับตน และไม่ให้ความช่วยเหลือทางการทหารกับผู้นำที่ไม่ยอมปฏิบัติตาม โดย กองทัพไทยได้รับผลประโยชน์จากนโยบายสองมาตรฐานนี้มาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง
ในขณะที่ประเทศตะวันตกได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ฆ่าหมู่ในกรุงเทพมหานคร แต่ประเทศผู้ค้าอาวุธหลายใหญ่ของโลกได้ตั้งคำถามกับกองทัพไทย วันนี้นายปนิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาลได้กล่าวถึงเรื่องที่น่าอับอายในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ว่า ประเทศเยอรมันปฏิเสธที่จะขายเครื่องยนต์รุ่น Deutz BF 6m015 จำนวนหนึ่งให้กับประเทศไทย ตามนโยบายของสหภาพยุโรปที่ห้ามค้าอาวุธกับรัฐบาลที่ใช้ความรุนแรงกดขี่หรือปฏิเสธสิทธิของพลเรือนตนเองของเป็นระบบ ซึ่งเครื่องยนต์เหล่านี้ถูกสั่งซื้อแทนที่การสั่งซื้อรถถังหุ้มเกราะ 90คันจากประเทศยูเครน
Read moreRead more

22
ก.ค.

ทักษิณ”โต้กลับ”รัฐบาลไทย

หัวหน้านักข่าวรอยเตอร์เอเชีย นายแอนดรูว์ มาร์แชล ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสมุดปกขาวของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ในบล็อคของเขา หัวข้อเรือง “ทักษิณโต้กลับ”

นี่คือข้อความที่น่าสนใจในบล็อคของนายมาร์แชล

เอกสารนี้”สมบูรณ์และมีการวิจัยค้นคว้าข้อเท็จจริงมาเป็นอย่างดี ข้อโต้แย้งซึ่งเต็มไปด้วยคุณภาพคง คงจะทำให้กลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยที่ชอบโต้แย้งประเด็นต่างๆด้วยข้อความหยาบคายหรือวาจาผรุสวาทรู้สึกอายไม่น้อย

สมุกปกขาวเป็นเอกสารที่น่าอ่าน และเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับเอกสารดังกล่าวที่จะตอบโต้เอกสารดังกล่าวด้วยข้อเขียนที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับเอกสารชิ้นนี้ โดยไม่แสดงโทสะและพ่นคำสาปแช่งที่ไร้ความหมายออกมา”

นายมาร์แชลเขียนเริ่มต้นบทความว่า

สองเดือนหลังจากที่กองทัพไทยใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุนของคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์  ทักษิณ ชันวัตร มหาเศรษฐีกิจการโทรคมนาคมและอดีตนายกรัฐมนตรีไทยผู้ลี้ภัยทางการเมืองได้ตอบโต้การกระทำของรัฐบาลไทย

โดยทีมนักกฎหมายระหว่างประเทศของทักษิณ นำโดยนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมจากสำนักกฎหมายอัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีรอฟฟ์ได้เผยแพร่สมุดปกขาวความยาว 80หน้า อธิบายถึงต้นเหตุของปัญหาการเมืองไทย การขึ้นสู่และลงจากอำนาจของทักษิณ การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงและเหลือง และความรุนแรงของการเข้าสลายการชุมนุมของคนเสื้องแดงในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมา อันเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 90ราย และบาดเจ็บนับร้อยราย

อัมสเตอร์ดัมกล่าวว่าทักษิณได้มอบหมายให้สำนักงานกฎหมายของเขาเป็นที่ปรึกษาทีมงานนักกฎหมายไทยในการแก้ต่างให้กับคนเสื้อแดงที่ถูกจับกลุ่มเมื่อ 2-3เดือนมานี้ ซึ่งสมุกปกขาวเป็นเอกสารส่วนหนึ่งที่แก้ต่างให้กับคนเสื้อแดง

“สมุดปกขาวย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นของการสืบสวนหาความจริงและผู้ที่ต้องรับผิดจากการสลายการชุมนุม และการเลือกตั้งที่แท้จริงคือการเริ่มต้นของการสานฉันท์ที่แท้จริงและยั่งยืนของประเทศไทย” นายอัมสเตอร์ดัมกล่าว

นอกจากนี้นายมาร์แชลยังกล่าวว่า

“ ศัตรูทางการเมืองของทักษิณถูกโจมตีอย่างรุมแรง (  ข้อความที่เด่นชัดคือพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ถูกโจมตีอย่างรุนแรงและไม่ได้หมายความว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง-ในชีวประวัติของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์)