Skip to content

กรกฎาคม 1, 2014

นายอัมสเตอร์ดัม: การตั้งข้อหาเท็จต่อนายจักรภพ เพ็ญแขคือแรงจูงใจทางการเมือง

เพียงไม่กี่วันหลังการประกาศจัดตั้งองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ซึ่งเป็นองค์กรที่ท้าทายคณะเผด็จการทหารเถื่อนในกรุงเทพฯ แกนนำกลุ่มกลุ่มถูกใส่ร้ายด้วยข้อหาอันเป็นเท็จอย่างชัดเจน นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม นักกฎหมายกล่าว

นายจักรภพ เพ็ญแข ผู้ก่อตั้งและเลขานุการบริหารของกลุ่มเคลื่อนไหว ถูกรัฐบาลทหารตั้งข้อหาว่าครอบครองอาวุธ ซึ่งนายอัมสเตอร์ดัมอธิบายว่าเป็นเรื่องของ “การแก้แค้นโดยการสร้างเรื่องเท็จโดยมีเหตุจูงใจทางการเมือง”

นายอัมสเตอร์ดัมชี้ว่า ลำดับเวลาของการตั้งข้อหาเกิดขึ้นพร้อมกันการเผยแพร่คำแถลงการณ์การก่อตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของกลุ่มเคลื่อนไหวในฮ่องกง ซึ่งเผยให้เห็นว่านี่คือการลุแก่อำนาจทางการเมืองอย่างชัดเจน

“นายจักรภพทำให้คณะเผด็จการทหารรู้สึกว้าวุ่นใจอย่างชัดเจน เพราะเขานำเสนอจุดยืนขององค์กรได้อย่างชัดเจนและน่าเชื่อถือ และเขายังกล่าวถึงความสำคัญของหลักนิติธรรมในประเทศไทยต่อประชาคมโลก” นายอัมสเตอร์ดัมกล่าว “นี่คือกลยุทธ์การต่อสู้แบบมาตราฐานของกองทัพไทยเมื่อต้องเผชิญกับฝ่ายตรงข้าม โดยพวกเขาพยายามจะใส่ร้ายป้ายสีแทนที่จะะนำเสนอประเด็นการตอบโต้ถกเถียงอันน่าเชื่อถือ ตลอดเหตุการณ์การสังหารหมู่ในกรุงเทพฯปี 2553 ตอนที่กองทัพสังหารพลเมืองมือเปล่า พวกเขาแสแสร้งว่าได้ค้นพบอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำที่ไร้กฎหมายของพวกเขา”

เขากล่าวต่อเพื่อเน้นย้ำว่า คนสุดท้ายที่ควรจะพูดถึงประเด็นเรื่องกฎหมายในกรณีการกระทำอาชญากรรมคือกลุ่มนายพลที่ได้ปล้นเอาอำนาจมาอย่างผิดกฎหมาย

“นายพลที่มีความสำคัญหลายนาย รวมถึงประยุทธ์ ไม่เคยถูกดำเนินคดีกรณีการสังหารประชาชนในปี 2553 และการที่พวกเขาลอยนวลอย่างต่อเนื่องไม่ต้องรับผิดต่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติคือภัยคุกคามต่อเสถียรภาพของประเทศไทย” นายอัมสเตอร์ดัมกล่าว “การตั้งข้อหาเท็จประเภทนี้ต่อแกนนำฝ่ายตรงข้ามควรถูกมองตามความจริง – มันคือความพยายามจะทำลายความสามารถของแกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยไทยในการเดินทางเพื่อกระตุ้นเตือนประชาคมโลกเรื่องการกระทำของคณะเผด็จการทหารไทย”

Share your thoughts, post a comment.

(required)
(required)

Note: HTML is allowed. Your email address will never be published.

Subscribe to comments