Skip to content

พฤษภาคม 7, 2015

“ผู้ที่ควบคุมปัจจุบัน ควบคุมอดีต และผู้ที่ควบคุมอดีต ควบคุมปัจจุบัน”

ในช่วงปลายค.ศ. 1960 และต้นค.ศ. 1970 กองทัพไทยเข้าร่วมการต่อสู้อันดุเดือนกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เพื่อช่วงชิงการปกครองประเทศ พื้นที่ขนาดใหญ่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มพคท. และกองทัพไทยใช้กลยุทธ์อันโหดเหี้ยมในการแย่งชิงอำนาจปกครองกลับคืนมา

หนึ่งในการกระทำอันโหดเหี้ยมที่สุดของกองทัพไทยในระหว่างการต่อสู้กับพคท.คือการสังหารหมู่ที่รู้จักกันดีว่า “การเผาถังแดง” ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ทั้งสิ้นมากถึง 3,000 รายถูกสังหารด้วยวิธีการอันสยดสยองและน่าสะพรึงกลัวภายใต้ “คำลั่งปฏิบัติการปราบปรามคอมมิวนิสต์” ของกองทัพไทย

ในงานเขียนของ นาย Matthew Zipple หัวข้อ “Thailand’s Red Drum Murders Through an Analysis of Declassified Documents” ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร the Southeast Review of Asian Studies (ฉบับที่ 36 2014, หน้า 91-111) กล่าวถึงความสยองขวัญของการสังหารหมู่นี้ว่า:

“แหล่งข่าว…..อธิบายถึงวิธีการสังหารหลายรูปแบบ บางรายระบุว่าชาวบ้านถูกจับไปนั่งในถังน้ำมันแดงและถูกราดน้ำมันแก๊สโซลีน ก่อนถูกเผาทั้งเป็น (อ้างอิง: Peagam 1975, 22; Dennis 1982, 130; Haberkorn 2013, 186) และวิธีการที่สองคือให้นักโทษนอนบนท่อนซุงและทหารจะเอาท่อนซุงวางทับบนร่างของนักโทษอีกหนึ่งชั้น จากนั้นก็จะเอาน้ำมันราดและเผาชาวบ้านทั้งเป็น ( อ้างอิง: Dennis 1982, 143) สุดท้ายคือ แหล่งข่าวอธิบายถึงวิธีการใช้เตาแดงสองชั้น ซึ่งวิธีการคือ จับเอาเหยื่อไปขังในเตาเปล่าๆด้านบน ด้านล่างของเตาจะถูกแทนที่ด้วยเตาย่างเหล็ก จากนั้นทหารจะเอาเตาที่สองซึ่งบรรจุแก๊สโซลีนมาวางด้านล่างเตาอันแรกและจุดไฟเผาเหยื่อทั้งเป็น แหล่งข่าวอื่นอธิบายถึงการสังหารด้วยวิธีการอื่น รวมถึงโยนเหยื่อลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ( อ้างอิง: Bangkok Post Special Publication 2003, 2) และการยิงสังหาร ( อ้างอิง: Peagam 1975, 22) อีกครั้งที่แหล่งข่าวเห็นตรงกันว่าทหารซ้อมทรมานพลเรือนและสังหารด้วยพวกเขาด้วยการเผาทั้งเป็นในถัง”

เนื่องจากการฟื้นฟูของระบบที่ดูคล้ายประชาธิปไตยในประเทศไทยปีพ.ศ. 2516 การสังหารหมู่เผาดังแดงจึงกลายเป็นประเด็นในการรวบตัวกันของกลุ่มคนที่มองหาความยุติธรรมการรับผิด ดังที่นาย Zipple อธิบาย มีกลุ่มคนพยายายามจะนำกลุ่มนายทหารมาลงโทษต่ออาชญกรรมอันโหดร้ายทารุณนี้ แต่ความพยายามดังกล่าวถูกกลุ่มอำมาตย์ไทยขัดขวางผ่านทางระบบตุลาการและราชการ

การมีระบอบประชาธิปไตยในระยะเวลาอันสั้นในไทยถูกบดขยี้มากไปยิ่งขึ้นหลังจากเหตุการณ์ที่กองทัพสังหารหมู่นักศึกษษในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปีพ.ศ. 2519 และมีการรื้อฟื้นการปกครองด้วยกองทัพขึ้นมาอีกครั้งผ่านการทำรัฐประหารในปีเดียวกัน การสังหารหมู่เผาถังแดงถูกลืมเลือนและเกือบถูกลบออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ไทย ไม่มีใครเคยถูกดำเนินคดี ไม่มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือการพิจารณาการกระทำดังกล่าวในศาล พลเรือนไทยมากถึง 3,000 รายถูกกองทัพของตนเองสังหาร และหลังจากนั้นพวกเขาก็ถูกลืมเลือน

ในปัจจุบัน ปีพ.ศ. 2558 ประวัติศาสตร์ได้เดินซ้ำรอยอีกครั้ง

วันครบรอบ 5 ปีการสังหารหมู่กรุงเทพฯในวันที่ 19 พฤษภาคมกำลังจะมาถึง วันที่พลเรือนร้อยรายถูกกองทัพไทยยิงสังหารบนท้องถนนในเมืองหลวงไทย รัฐบาลอาชญากรทหารไทยซึ่งปราศจากความชอบธรรมได้พยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ทุกคนลืมการสังหารที่ก่อโดยพวกเขา

อาทิตย์นี้ ในการพิจารณาคดีของศาลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของช่างภาพนักข่าวรอยเตอร์ นายฮิโร มูราโมโตในวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553 วันที่กองทัพไทยได้เข้าทำร้ายผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยอันนำไปสู่การเสียชีวิตของคน 24 ราย นายถวิล เปลี่ยนศรีซึ่งในขณะดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาตินั้นปฏิเสธว่าไม่เคยมี “การปราบปราม” ประชาชน เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “ไม่มีการใช้กำลังในการปราบปรามผู้ชุมนุม…. สิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553 คือการขอพื้นที่การจราจรคืน”

ยังมีกรณีอื่นซึ่งแสดงให้เห็นถึงการปกปิดการสังหารหมู่ที่กรุงเทพฯ ปีพ.ศ. 2553 สำนักข่าวไทยรายงานว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งได้รับมอบหมายให้สอบสวนการสังหารปี 2553 ตั้งแต่ต้นถูกบีบบังคับให้ทำงานร่วมกับ “ตัวแทนกองทัพ” ในการสอบสวนคดีดังกล่าว

หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ การสอบสวนกลายมาเป็น “อาวุธ” ที่กองทัพไทยใช้ในการปกปิดอาชญากรรม โดยเผด็จการไทยพลเอกประยุทธ์สามารถอ้างได้ว่าไม่เคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเลย

และมันไม่จบแค่นั้น กองทัพไทยยังหาทางที่จะควบคุมพลเรือนของตนเองแม้ว่าพวกเขาจะตายไปแล้วก็ตาม และนี่คือการกระทำของรัฐบาลเผด็จการทหารไทยที่เรียกได้อย่างเดียวว่าชั่วร้าย พวกเขาดูแคลนครอบครัวของเหยื่อปีพ.ศ. 2553 โดยตรง ขัดขวางไม่ให้พวกเขาจัดงานรำลึกถึงญาติพี่น้องที่เสียชีวิตโดยมีการข่มขู่ว่าจะมีการจับกุมคุมขัง

เราขอกล่าวกับครอบครัวซึ่งถูกกองทัพขัดขวางไม่ให้จัดงานไว้ทุกข์ว่า เราขออยู่เคียงข้างท่านและเราจะไม่ลืม

เราจะเดินหน้าทำงานต่อไปเพื่อเปิดโปงคำโกหกของกองทัพไทยในวันและสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึงเพื่อรับรองว่าผู้ที่ถูกสังหารในปีพ.ศ. 2553 จะไม่ถูกลืมเลือนเหมือนเหยื่อในการสังหารหมู่เผาถังแดง

เราจะการันตีว่าความพยายามของกองทัพไทยในการควบคุมอดีตจะถูกขัดขวาง และในที่สุดจะถูกตัดทอน เราจะไม่ยอมให้พวกเขาควบคุมอนาคตโดยปราศจากการท้าท้าย

Share your thoughts, post a comment.

(required)
(required)

Note: HTML is allowed. Your email address will never be published.

Subscribe to comments