Skip to content

พฤษภาคม 16, 2015

เหตุใดเราจึงต้องจดจำอาชญากรรมต่อมนุษยชาติของกองทัพไทย

หากมีสิ่งหนึ่งที่สามารถนิยามความชั่วร้ายของรัฐบาลไทยซึ่งนำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะระหว่างปี 2551 ถึง 2554 ได้ นั้นก็คือเหตุการณ์ที่แสดงถึงความไม่แยแสต่อชีวิตมนุษย์อย่างน่าสะพรึงกลัวและหยาบหนาในระหว่างการสังหารหมู่กรุงเทพฯ ปี 2553

สำนักงานกฎหมายของผมได้กล่าวครั้งแล้วครั้งเล่าว่า การใช้พลซุ่มยิงซึ่งถูกฝึกฝนมาอย่างดีและติดอาวุธสงครามอันทันสมัยต่อผู้ชุมนุมพลเรือนมือเปล่า ทำให้สิ่งที่นายอภิสิทธิ์และกองทัพไทยก่อในเดือนเมษายน/พฤษภาคม ปี 2553 ไม่ใช่แค่อาชญากรรมต่อประชาชนไทย แต่เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

แต่การกระทำของกองทัพไทยและนายอภิสิทธิ์ในปี 2553 มิใช่เพียงสิ่งเดียวที่ตอกย้ำกิตติศัพท์เรื่องการสร้างความหวาดกลัวอันโง่เขลาและเลือดเย็นต่อประชาชนของตัวเอง เท่านั้น พวกเขายังพยายามการันตีที่จะสร้างประวัติศาตร์เท็จจากเหตุการณ์อันน่าสยองขวัญ ดังนั้นพวกเขจึงมิได้เพียงแค่ปฏิเสธความยุติธรรมและความจริงต่อกลุ่มคนที่ต้องรับผลความปวดเจ็บจากการกระทำของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโอกาสของการปรองดองอย่างแท้จริง

ในหลายวันก่อน องค์กรที่มีชื่อผิดๆและน่าละอายว่า คณะกรรมการ “ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” พยายามดำเนินคดีกับอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีจากการเลือกตั้ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรีของเธอ เพราะอนุมัติเงินเยียวยาให้กับประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียหรือบาดเจ็บจากการเมืองในระหว่างปี 2548-2553 แม้ว่าจะมีความผิดพลาดบ้างในการเยียวยาครั้งนี้ แต่ทว่ามันเป็นเหตุการณ์แรกที่รัฐไทยยอมรับและชดเชยความเสียหายที่กระทำต่อพลเรือนตนเอง เมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของการสังหารหมู่และวัฒนธรรมการทำผิดแล้วลอยนวลของเจ้าหน้าที่รัฐในไทยแล้วจะพบว่า การเยียวยาดังกล่าวคือสิ่งที่พิเศษและไม่ธรรมดา

แต่สิ่งที่พิเศษน้อยกว่าคือ การที่เผด็จการทหารไทยพยายามจะเขียนเรื่องราวในอดีตขึ้นมาใหม่ ในขณะเดียวกันก็ใช้คำพูดโน้มน้าวอันเป็นเท็จเรื่องความสามัคคีและการปรองดอง นี่คือกลยุทธ์เก่าที่กลุ่มอำมาตย์ใช้ครั้งแล้วครั้งเล่า

และตามที่ผมได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สำนักงานกฎหมายของผมจะเผยแพร่เอกสารหลายฉบับที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ปี 2553 ซึ่งเป็นเอกสารที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนต่อประชาชนซึ่งเป็นพยานในเหตุการณ์สยองขวัญปี 2553 รวมทั้งตัวผมที่ได้เข้าร่วมพยายามเจรจาหาแนวทางสันติในครั้งนั้นด้วย แต่สิ่งสำคัญคือ เราจะแจกจ่ายเอกสารเหล่านี้เพื่อให้ผู้แสวงหาความยุคิธรรมในประเทศไทยติดอาวุธเพื่อใช้ในการต่อสู้นี้

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา หลายคนรับรู้ความจริงและมีปนิธานอันแนวแน่พยายามที่จะเปิดโปงการการโกหกหลอกลวงที่ชัดแจ้งของกองทัพ พรรค “ประชาธิปัตย์” ของนายอภิสิทธิ์ และกลุ่มสนุนบริวารที่ทำงานโฆษณาชวนเชื่อให้พวกเขา กองทัพและนายอภิสิทธิ์พยายามอย่างสุดขั้วที่จะปกปิดอาชญากรรม กระทั่งพยายามยามใช้กระบวนการ “ปรองดอง” อันหลอกหลวงเพื่อจะรักษาและดำเนินระบบการทำผิดแล้วลอยนวลของเจ้าหน้าที่รัฐในทางพฤตินัย

หนทางเดียวอันจะนำไปสู่การปรองดองคือความจริงและความยุติธรรมอันซึ่งเป็นสิ่งที่กองทัพไทยและพรรคประชาธิปัตย์หลาดกลัวอย่างที่สุด สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราจะต้องยึดมั่นในขณะที่เรายังดำเนินการต่อสู้ต่อไป

Share your thoughts, post a comment.

(required)
(required)

Note: HTML is allowed. Your email address will never be published.

Subscribe to comments