Skip to content

สิงหาคม 28, 2010

3

“สาม” พันธมาร

หนังสือพิมพ์ Moscow Times ได้ตีพิมพ์บทความ “3 Wrongs Don’t Make a Right” ของผมในเดือนกันยายน 2553 และต่อถูกเผยแพร่ใน Huffington Post บทความนี้ได้วิเคราะห์ให้เห็นถึงการปกครองประเทศในระบบ “กงสี” ในประเทศเวเนซูเอล่า อิหร่าน และรัสเซีย ซึ่งกลุ่มอำมาตย์ที่โกงกินเหล่านี้ ได้ปกป้องเครือข่ายกลุ่มตนโดยการแทรกแซงอำนาจรัฐ

ผมไม่ต้องการเขียนบทความนี้ขึ้นมาใหม่ เพราะ“กลุ่มตระกูลผู้นำ”ของประเทศไทยนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับประเทศที่ผมกล่าวถึง และลักษณะอาการที่บ่งบอกถึงระบบดังกล่าวได้เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกเช่นกัน สิ่งที่แตกต่างคือลัทธิ “ต่อต้านอเมริกา” ถึงแทนที่ด้วยลัทธิที่เรียบง่ายกว่านั้น คือการที่ประชาชนไทยถูกครอบงำด้วยลัทธิ “ต่อต้านความเป็นต่างชาติ”

“การเยือนกรุงมอสโควและกรุงเตหะรานของนายฮูโก้ ชาเวซ เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้หลายคนกังวลว่าการเยือนครั้งนี้จะเป็นการสร้างความความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรัสเซีย อิหร่าน และเวเนซูเอล่าให้แนบแน่นยิ่งขึ้น

หลายคนมักเข้าใจผิดในเรื่องของแรงจูงใจในการสานความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มประเทศอย่างรัสเซีย อิหร่าน และเวเนซูเอล่า ความเข้าใจผิดประการแรกคือ เหล่าผู้นำกลุ่มนี้ต้องการที่จะสร้างผลประโยชน์ร่วมของคนในชาติ โดยรวมตัวกันต่อต้านภัยนอกประเทศและเพิ่มอำนาจในภูมิภาคให้แก่ประเทศของตน ประการที่สองคือ กลุ่มประเทศเหล่านี้รวนตัวกันเพื่อจะสร้าง “โครงสร้างสถาปัตยกรรมทางเลือก” โดยการรวกลุ่มกันเพื่อต่อต้านอเมริกา โดยกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชนหรือระบอบแต่อย่างใด

ข้อสันนิษฐานสองข้อนี้เป็นการเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง เพราะความเป็นจริง แรงจูงใจในการร่างนโยบายต่างประเทศของประเทศเหล่านี้ คือผลประโยชน์ของกลุ่มตระกูลของตน โดยคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ควบคุมองค์กรระดับสูงในรัฐบาล

นอกจากจะมีแนวความคิดในเรื่องผู้นำตลอดกาลร่วมกันแล้ว  กลุ่มผู้นำเหล่านี้ยังใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มธุรกิจของตระกูลตนเองโดยเฉพาะธุรกิจด้านการค้าอาวุธและพลังงาน วัตถุประสงค์ที่รองนายกรัฐมนตรีไอกอร์ เชชินเดินทางเยือนประเทศเวเนซูเอล่า (นายเชชินเดินทางเยือนกรุงคาราคัส เมืองหลวงประเทศเวเนซูเอล่าบ่อยจนผิดสังเกต) แทบจะแยกไม่ออกว่าไปในนามของนักการทูตหรือเรื่องผลประโยชน์การเงินส่วนตัวที่มีในข้อตกลงของบริษัทน้ำมันรัสเซีย Rosneft และบริษัทน้ำมันเวเนซูเอล่า PAVSA และเมื่อกลุ่มผู้นำอิหร่านเดินทางเยือนกรุงคาราคัส พวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างหรูหราจากรัฐบาลเวเนซูล่า และถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนในอุตสาหกรรมโรงงานและเครือข่ายการการฟอกเงิน

กลุ่มตระกูลของนายชาเวชและกลุ่มนายทหารฝ่ายนายชาเวชได้กลายเป็นมหาเศรษฐีเมื่อนายชาเวชขึ้นสู่อำนาจ ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามของกลุ่ม boligarchs (กลุ่มที่ร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ) กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการสามสัมพันธ์กับประเทศรัสเซียและอิหร่าน เพราะเป็นการสร้างความชอบธรรมและความน่าเชื่อถือให้กับการปล้นประเทศของคนกลุ่มนี้   และเพื่อเป็นการตอบแทนการกระทำดังกล่าว นายชาเวชได้เดินทางเยือนกรุงมอสโควเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา และกล่าวยอมรับการประกาศอิสรภาพของรัฐ South Ossetia และ Abkhaziaที่แยกตัวออกมาจากประเทศจอร์เจีย ระหว่างการเยือนดังกล่าว นายชาเวชได้แวะที่ประเทศ Turkmenistan เพื่อเชิญชวนให้ประธานาธิบดีของประเทศดังกล่าวร่วมลงทุนกับกลุ่มบริษัทน้ำมันที่ตั้งขึ้นโดยรัสเซีย แม้ว่าข้อเท็จจริงแล้วประเทศเวเนซูเอล่าจะนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากประเทศโคลัมเบียแล้วก็ตาม

เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะมองเห็นว่ากลไกเหล่านี้ที่สร้างเข็งแกร่งให้กับระบบคอรัปชั่นที่ใช้สถาบันรัฐบาลเป็นเคื่องมือในประเทศดังกล่าว ระบบเหล่านี้เป็นระบบที่หลอกลวง มีใช้กฎหมายและอำนาจรัฐเป็นเครื่องมือเพิ่มการคอรัปชั่นมากกว่าที่จะใช้เพื่อควบคุม มีการใช้ใช้ลัทธิชาตินิยม ศาสนาและภัยนอกประเทศเป็นเครื่องมือในการปกปิดการคอร์รัปชั่น ความสัมพันธ์ของพลเรือนและทหารในประเทศเหล่านี้เต็มไปด้วยตึงเครียดในการใช้อำนาจที่ไม่มีขอบเขตและความสามารถที่จำกัดในการควบคุมเหล่ากลุ่มผลประโยชน์ที่สำคัญเหล่านี้ ระหว่างสามประเทศนี้ ประเทศเวเนซูล่าเป็นประเทศที่มีปัญหามากที่สุด และสิ่งที่ตลกร้ายคือประเทศอิหร่านเป็นประเทศที่มีการเปิดกว้างให้กลุ่มคนอื่นมากที่สุด

อะไรคือสิ่งที่บ่งบอกว่าประเทศนี้ถูกปกครองด้วยระบบวงศคนาญาติ?

ความไร้สมรรถภาพของกลุ่มคนในตระกูลดังกล่าว มากกว่าจะเป็นการล้มเหลาวในการสั่งการจากเบื้องบน :  การล้มเหลวอย่างเป็นระบบในการกระจายอำนาจภายในกลุ่มตนเพราะขาดความเชื่อถือในกลุ่มพวกพ้องตนเองและการแบ่งอำนาจความรับผิดชอบระหว่างองค์กรไม่มีความชัดเจน

วิสัยทัศที่สั้น มีการต่อสู้และต่อรองอำนาจผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มพวกพ้องตลอดเวลา โดยกลุ่มผู้นำทั้งสามประเทศนี้ให้ความสนใจในการต่อสู้กับคนในประเทศมากกว่านอกประเทศ การเปลี่ยนแปลงนโยบายไปมาถือเป็นเรื่องปกติ และมีการสร้างปัญหาภายในเพื่อการสร้างความมั่งคงให้กับประเทศ ปัญหาสงครามจอร์เจีย ในรัสเซีย ปัญหากลุ่ม FARC และนโยบายต่อต้านและเกลียดชังคนยิวของนายชาเวชและประธานาธิบดีอหร่าน มาห์มุด อาห์มาดิเนจาด ปัญหาเหล่านี้สร้างความจำเป็นในการใช้กองกำลังพิเศษเพื่อที่จะควบคุมฝ่ายตรงข้าม การลงโทษฝ่ายตรงข้ามทันทีทันในเป็นรูปแบบหนึ่งของการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ

การลัทธิต่อต้านอเมริกา โดยการสร้างภาพว่าอเมริกาคือปิศาจร้าย และแนวคิดนี้คือสิ่งที่ต้องคงไว้เพื่อความมั่นคงของประเทศ กลุ่มผู้นำที่พูดจากลับกลอกนี้ จำเป็นอย่างมากที่จะพุ่งเป้าสนใจไปที่อำนาจของรัฐบาลสหรัฐและมีการใช้ลัทธิต่อต้านอเมริกาในการสร้างความเป็นหนึ่งให้ประเทศของตนอย่างต่อเนื่อง แต่ภายใต้การนำของรัฐบาลโอบามา ทำให้การรักษาลัทธิเหล่านี้มีความยากลำบากมากขึ้น

สภานิติบัญญัติของรัสเซียออกกฎหมายปกป้อง “ปัจจัยยุทธศาสตร์” (น้ำมัน/พลังงาน) ในภาคธุรกิจ แสดงให้เห็นถึงตัวอย่างที่ดีในการปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มธุรกิจครอบครัว วึ่งน่าจะเรียกยุทธศาสตร์นี้ว่าแผนการเกษียณของเหล่า siloviki (กลุ่มนักการเมือง/นายทหาร)มากกว่า เพราะแผนการดังกล่าวช่วยปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจของกลุ่มสมาชิกคนสำคัญที่มีสายสัมพันธ์กับรัฐบาล แต่ที่ดีกว่านั้นก็คือเป็นการเปิดโอกาสให้เหล่าพวกพ้องของตนมีโอกาสทำข้อตกลงทางธุรกิจเกี่ยวกับอาวุธ พลังงานและเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ และหากคุณคือนายชาเวช การประกาศรับรองการแยกตัวของรัฐ Abkhazia และ South Ossetia จะทำให้คุณได้รับส่วนลดในการซื้อรถถังของรัสเซีย 100คัน

การกำจัดกลุ่มพลเรือนที่เคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพเมื่อไม่นานมานี้ในกรุงเตหะราน คาราคัสและมอสโควแสดงให้เห็นถึงความกลัวของเหล่ารัฐบาลทหารเหล่านี้ ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ขาดความชอบธรรมภายในประเทศและยังเป็นแสดงให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้พยายามต่อสู้เพื่อรักษาทรัพย์สินที่ตนเองได้สะสมมาช้านาน การทรมาน การคุมขังที่อำมหิต และกระบวนการศาลอันจอมปลอม ที่กลุ่ม boligarchs ในเวเนซุเอล่า, กองกำลังปฎิวัติในอิหร่าน (กองกำลังหัวรุนแรง) ในอิหร่าน หรือกลุ่ม siloviki ในรัสเซีย ได้กระทำถือเป็นการกระทำเพื่อที่จะรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มตนเอง กลุ่มคนเหล่านี้ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง โดยการแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ อย่างผู้นำในประเทศเวเนซูเอล่าและอิหร่าน ความสำเร็จในเกาหลีเหนือคือตัวอย่างที่ผู้นำเหล่านี้ยึดถือ ไม่น่าแปลกใจที่รัฐบาลรัสเซียไม่สนใจที่จะหยุดการสร้างโครงการพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศอิหร่าน

อย่างไรก็ตามอันตรายที่แท้จริงคือการที่เรามักจะสับสนระหว่างสาเหตุและอาการ ทั้งยังล้มเหลวที่จะมองเห็นถึงการบริหารประเทศอันจอมปลอมของผู้นำเหล่านี้ ข้อวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาภายในหรือภายนอกเกือบทั้งหมด เป็นการมองระบบเหล่านี้ผ่านแก้วปิรามิดที่มักจะบดปังอำนาจของกลุ่มตระกูลและพวกพ้อง เพื่อการเริ่มต้นที่จะกำหนดนโยบายตอบโต้พันธมิตรประเทศอย่างรัสเซีย เวเนซูเอล่าและอิหร่าน เราควรจะเริ่มทำความเข้าใจว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของการสามสัมพันธ์ของประเทศเหล่านี้คืออะไร”

3 ความเห็น Post a comment
  1. พ.ค. 5 2011

    It is best to participate in a contest for one of the best blogs on the web. I’ll recommend this web site!

  2. มิ.ย. 16 2011

    Hey very nice blog!! Man .. Beautiful .. Amazing .. I’ll bookmark your blog and take the feeds also…I’m happy to find so many useful information here in the post, we need develop more techniques in this regard, thanks for sharing. . . . . .

Trackbacks & Pingbacks

  1. Tweets that mention “สาม” พันธมาร | ประเทศไทย Robert Amsterdam -- Topsy.com

Share your thoughts, post a comment.

(required)
(required)

Note: HTML is allowed. Your email address will never be published.

Subscribe to comments